27 มีนาคม 2025

สามสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับพระกิตติคุณมัทธิว

อ่านบทความต้นฉบับภาษาอังกฤษที่ Ligonier
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 10 มีนาคม 2023
บันทึก (0)
Please login to bookmark Close

1. พระกิตติคุณมัทธิวเกี่ยวกับพระเยซูผู้เป็นพระคริสต์

พระกิตติคุณมัทธิวเป็นหนังสือที่กล่าวถึงพระเยซู “ผู้เป็นพระคริสต์” หรือ “ผู้ที่ได้รับการเจิม” ตามพระสัญญาในพันธสัญญาเดิม คือพระเมสสิยาห์ (1 ซามูเอล 2:10; สดุดี 2:2; ดาเนียล 9:25; ดูเพิ่มเติมที่ มัทธิว 1:16–18; 2:4; 16:16, 20; 22:42; 23:8–10) พระกิตติคุณมัทธิวสานต่อเรื่องราวแห่งความรอดที่เปิดเผยไว้ในพันธสัญญาเดิม และเป็นเสมือนประตูสู่พันธสัญญาใหม่ มัทธิวอ้างถึงพันธสัญญาเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า และยังเขียนในสไตล์เดียวกับพันธสัญญาเดิมด้วย

แต่พระกิตติคุณมัทธิวไม่ได้เป็นเพียงการสานต่อเรื่องราวนั้นเท่านั้น — แต่ยังเป็นการเติมเต็มของเรื่องราวนั้น ซึ่งเป็นประเด็นที่มัทธิวเน้นอย่างชัดเจน มัทธิวชี้ให้เห็นถึงสิบครั้งว่ามีเหตุการณ์ในชีวิตของพระเยซูที่เป็นการทำให้คำพยากรณ์ของผู้เผยพระวจนะสำเร็จ (มัทธิว 1:22; 2:15; 2:17; 2:23; 4:14; 8:17; 12:17; 13:35; 21:4; 27:9)

มัทธิวเน้นย้ำสิ่งนี้เป็นพิเศษด้วยการบันทึกการอัศจรรย์ของพระเยซูว่า “ทรงรักษาโรคภัยทุกชนิด และความเจ็บป่วยทุกอย่าง” (มัทธิว 4:23; 9:35; 10:1) เพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่มีสิ่งใดสามารถขัดขวางฤทธิ์อำนาจของพระองค์ได้

มัทธิวแสดงให้เห็นว่าแผ่นดินของพระองค์คืออาณาจักรแห่งพระพรและการช่วยกู้ที่สมบูรณ์ พระองค์คือผู้รับการเจิม (มัทธิว 12:18–21, อ้างถึง อิสยาห์ 42:1–3) คือพระคริสต์ พระเมสสิยาห์ผู้ที่ได้รับการรอคอยมานาน และพระองค์เป็นการเติมเต็มของทุกสิ่งที่ผู้เผยพระวจนะได้กล่าวไว้

2. พระกิตติคุณมัทธิวเกี่ยวกับพระเยซู บุตรของดาวิด

พระเยซูคริสต์ยังทรงเป็นบุตรของดาวิดตามพระสัญญา ผู้ซึ่งราชอาณาจักรของพระองค์จะไม่มีที่สิ้นสุด (2 ซามูเอล 7:13; สดุดี 89:3; อิสยาห์ 9:7) มัทธิวบันทึกลำดับวงศ์ตระกูลของพระเยซู (มัทธิว 1:2–17) โดยแบ่งออกเป็นสามช่วง: จากอับราฮัมถึงดาวิด จากดาวิดถึงเยโคนิยาห์และพี่น้องของเขาในช่วงที่ถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยที่บาบิโลน และจากเยโคนิยาห์ถึงโยเซฟบุตรของดาวิด สามีของนางมารีย์ผู้ให้กำเนิดพระเยซู

การกล่าวถึงเหตุการณ์ที่ถูกกวาดต้อนไปบาบิโลนถึงสองครั้ง (มัทธิว 1:11, 12) แสดงว่าพระสัญญาที่พระเจ้าทรงให้กับดาวิดไม่ได้จบที่การกวาดต้อน มัทธิวจึงหยิบยกคำลงท้ายของหนังสือ 2 พงศ์กษัตริย์ (ที่กล่าวถึงว่าพระเจ้าทรงรักษาเชื้อสายของดาวิดไว้แม้ในระหว่างการเป็นเชลยผ่านเยโคนิยาห์) และปิดท้ายด้วยการแสดงให้เห็นว่าพระเยซูบุตรของดาวิด ทรงได้รับสิทธิอำนาจทั้งหมดในสวรรค์และในแผ่นดินโลก (มัทธิว 28:18)

3. พระกิตติคุณมัทธิวเกี่ยวกับพระเยซู บุตรของอับราฮัม

มัทธิวบอกว่าพระเยซูทรงเป็นบุตรของอับราฮัม ซึ่งหมายถึงว่าพระองค์คือเชื้อสายที่ถูกสัญญาไว้ของอับราฮัม ผู้ซึ่งประชาชาติทั้งหลายในโลกจะได้รับพระพรผ่านทางพระองค์ (ปฐมกาล 22:18; 26:4)

การที่ความรอดของพระเยซูจะไปถึง “ประชาชาติทั้งปวง” ถูกแสดงออกในลำดับวงศ์ตระกูล (มัทธิว 1:2–6) โดยมีการกล่าวถึงผู้หญิงสี่คน: สามคนเป็นคนต่างชาติ (ทามาร์ ราหับ และรูธ) และอีกคนหนึ่งเป็นภรรยาของคนต่างชาติ (อุรียาห์ ชาวฮิตไทต์)

พระเจ้าทรงเรียกพวกโหราจารย์ต่างชาติด้วยดาวเพื่อมานมัสการพระเยซู (มัทธิว 2:1–12) และพระเยซูเริ่มงานรับใช้ที่ “กาลิลีของคนต่างชาติ” (มัทธิว 4:12–17) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความรอดของพระองค์มีไว้เพื่อทุกประชาชาติ

พระเยซูยังทรงรักษาคนต่างชาติ เช่น คนรับใช้ของนายร้อยโรมัน (มัทธิว 8:5–13) และบุตรสาวของหญิงคานาอัน (มัทธิว 15:21–28) และในตอนจบ พระองค์ทรงสั่งให้บรรดาสาวกไปสร้างสาวกจาก “ประชาชาติทั้งปวง” (มัทธิว 28:18–20) ซึ่งเป็นการเติมเต็มพระสัญญาที่พระเจ้าทรงให้แก่อับราฮัม

อย่าพลาดเนื้อหาใหม่

บทความ คำเทศนา และศาสนศาสตร์ — ส่งตรงถึงอีเมลของคุณ

หมวดหมู่เนื้อหา

Mark Ross
Mark Ross
Dr. Mark E. Ross is the John R. de Witt Chair of Theology and the associate dean of Erskine Theological Seminary in Columbia, S.C. He is author of Let’s Study Matthew.